เคยไหม? มือลั่นกดซื้อสกินผิด หรือซื้อมาแล้วลองถือดูหน้า Lobby แล้วรู้สึกว่า “มันยังไม่ใช่” จนอยากจะขอเงินคืนใจจะขาด ปัญหานี้เป็นเรื่องปกติที่ชาว Valorant หลายคนต้องเจอ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะทาง Riot Games เขามีระบบ Valorant Refund ที่เปิดโอกาสให้เราแก้ไขความผิดพลาดนั้นได้ วันนี้ Richman Shop จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้ VP คืน เพื่อให้คุณกลับมาแฮปปี้กับการช้อปปิ้งในเกมได้อีกครั้ง
ทำความเข้าใจนโยบายการขอคืนเงิน (Refund) ใน Valorant
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีทำ เราต้องทำความเข้าใจนโยบายหลักของ Valorant Refund กันก่อน ทาง Riot Games นั้นค่อนข้างแฟร์กับผู้เล่นพอสมควร โดยมีกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดคือ “ความรวดเร็ว” และ “การใช้งาน” กล่าวคือ คุณมีเวลาในการตัดสินใจขอคืนเงินภายใน 14 วันนับจากวันที่ทำรายการซื้อ และที่สำคัญที่สุดคือ สินค้าชิ้นนั้นจะต้อง “ยังไม่ถูกใช้งาน” ซึ่งคำว่าใช้งานในเกมนี้มีความหมายที่เฉพาะเจาะจงมาก หากคุณเข้าใจจุดนี้ การทำเรื่อง Valorant Refund ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
เงื่อนไขอะไรบ้างที่สามารถ Refund ได้และไม่ได้ใน Valorant

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า แค่ซื้อมาแล้วไม่ชอบก็กดคืนเงินได้ทันที แต่ความจริงแล้วระบบ Valorant Refund มีเงื่อนไขที่ละเอียดกว่านั้น โดยเฉพาะคำนิยามของการใช้งานสินค้า เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์หรือเสียเวลาเปล่า เรามาเช็กกันให้ชัวร์ก่อนดีกว่าว่า ไอเทมแบบไหนที่เข้าข่ายขอเงินคืนได้ และแบบไหนที่ซื้อแล้วซื้อเลย
สิ่งที่สามารถขอคืนเงินได้ (ภายใน 14 วัน)
หากคุณต้องการทำรายการ Valorant Refund ให้ผ่านฉลุย สินค้าของคุณต้องอยู่ในข่ายนี้เท่านั้น
- Valorant Points (VP) : ยอดเงิน VP ที่เติมเข้าไป แต่ “ต้องยังไม่ได้นำไปใช้ซื้ออะไรเลย” หากมีการใช้จ่าย VP บางส่วนไปแล้ว จะไม่สามารถขอคืนเงินยอดเติมนั้นได้
- สกินปืน (Weapon Skins) : สกินระดับต่าง ๆ ที่ซื้อมา แต่ “ต้องยังไม่เคยถูกกดใช้เข้าเล่นในเกม” แม้แต่ครั้งเดียว
- เงื่อนไขเวลา : ต้องทำรายการภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ซื้อ หากเกินกำหนดจะไม่สามารถทำ Valorant Refund ได้ในทุกกรณี
สิ่งที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้
นี่คือจุดตายที่ผู้เล่นหลายคนพลาด! หากสินค้าของคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ปุ่มกดคืนเงินจะหายไปทันที
- สกินที่ถูกใช้งานแล้ว : คำว่าใช้งานของ Riot คือ “การกดเริ่มเกมและเข้าสู่หน้า Loading Screen” ไม่ว่าจะเป็นโหมด Competitive, Unrated, Spike Rush หรือแม้กระทั่ง “Custom Game และโหมดฝึกซ้อม (The Range)” ถ้านำสกินเข้าไปถือยิงเล่นแล้ว ถือว่าใช้งานทันที
- สกินที่อัปเกรดแล้ว : สกินที่คุณใช้ Radianite Points (RP) ปลดล็อกสี (Variants) หรือเอฟเฟกต์ (Levels) ไปแล้ว จะไม่สามารถขอ Valorant Refund ได้
- Radianite Points (RP) : แต้มสำหรับอัปเกรดปืน ซื้อแล้วไม่สามารถคืนได้
- Battle Pass : ทั้งตัว Battle Pass แบบ Premium และเลเวลที่ซื้อเพิ่ม
- เอเจนท์ (Agents) : ตัวละครที่กดซื้อมา ไม่สามารถคืนได้
- สกินที่เป็นเซต (Bundles) : หากกดซื้อแบบยกแพ็ก จะไม่สามารถคืนเงินได้ (ต้องระวังมาก ๆ)
- สินค้าจาก Kingdom Credits : ของแต่งหรือเอเจนท์ที่ใช้เครดิตฟรีซื้อ
วิธีขอคืนเงินสกินปืน (Unused Skins) แบบ Step-by-Step

เมื่อเช็กเงื่อนไขแล้วพบว่าสกินของเรายังซิงอยู่ (ยังไม่เคยเอาไปยิงในโหมดไหนเลย รวมถึงโหมดฝึกซ้อม) คุณสามารถทำตามขั้นตอนการขอ Valorant Refund ง่าย ๆ ดังนี้
- เข้าไปที่เว็บไซต์ Riot Games Support ในส่วนของ Valorant
- มองหาเมนูหรือค้นหาคำว่า “Refund In-Game Content” หรือ “นโยบายการคืนเงิน”
- เลื่อนลงมาด้านล่างสุดของหน้าเว็บ จะมีปุ่มให้ Login (เข้าสู่ระบบ) ให้ล็อกอินด้วยไอดีที่ต้องการขอคืนเงิน
- เมื่อล็อกอินเสร็จ ระบบจะแสดงรายการประวัติการซื้อของคุณ (Purchase History)
- หากสกินชิ้นไหนเข้าเงื่อนไข จะมีปุ่ม “Refund” ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังรายการนั้น
- กดปุ่ม Refund และรอระบบประมวลผลสักครู่ VP จะเด้งกลับเข้าไอดีทันที!
วิธีขอคืนเงิน VP (Valorant Points) ที่ยังไม่ได้ใช้
ในกรณีที่คุณเติมเงินเข้าไปแล้ว เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน หรือมีเหตุขัดข้องที่ต้องการได้เงินจริงคืน (Real Money Refund) ขั้นตอนนี้จะซับซ้อนกว่าสกินเล็กน้อย การขอ Valorant Refund ในส่วนของ VP มีขั้นตอนดังนี้
- ตรวจสอบสถานะ VP : ยอด VP ที่เติมเข้าไปต้องยังอยู่ครบ เต็มจำนวน ไม่มีการหักไปใช้ซื้อไอเทมใด ๆ
- ส่งคำร้อง : คุณไม่สามารถกดคืนเองได้แบบสกิน ต้องเข้าไปที่หน้า Support แล้วเลือก “ส่งคำร้อง” (Submit a ticket)
- เลือกหัวข้อ : เกี่ยวกับ “การชำระเงิน” หรือ “Billing” และระบุว่าต้องการขอคืนเงิน
- รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ : ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาทำการตามคิวของ Support หากเข้าเงื่อนไข เงินจะถูกคืนเข้าสู่ช่องทางชำระเงินเดิมของคุณ (ระยะเวลาคืนเงินขึ้นอยู่กับธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตร)
การขอ Valorant Refund ประเภทนี้ควรทำเมื่อจำเป็นจริง ๆ และต้องทำภายใน 14 วันเช่นกัน
การคืนเงินบันเดิล (Bundles) และของขวัญ (Gifts) ในกรณีพิเศษ
มีกรณีพิเศษที่ผู้เล่นมักสงสัยเกี่ยวกับ Valorant Refund นั่นคือเรื่องของ Bundle และ Gift
- Bundles (ยกแพ็ก) : ตามกฎแล้ว บันเดิลคือสินค้าที่ “ไม่สามารถขอคืนเงินได้” หากคุณเผลอกดซื้อ Bundle ไปแล้ว จะไม่สามารถแยกคืนรายชิ้นได้ หรือถ้าคุณซื้อสกินแยกชิ้นมา แล้วตัดสินใจจะซื้อ Bundle ทีหลัง (เพื่อให้ได้ของแถม) คุณสามารถขอ Valorant Refund สกินแยกชิ้นนั้นก่อนได้ (ถ้ายังไม่กดใช้) แล้วค่อยกดซื้อ Bundle แต่ถ้าซื้อ Bundle ไปแล้ว คือจบข่าว
- Gifts (ของขวัญ) : การส่งของขวัญให้เพื่อน โดยปกติจะไม่สามารถขอคืนเงินได้ ยกเว้นกรณีเดียวคือ “ผู้รับยังไม่ได้กดรับของขวัญชิ้นนั้นเกิน 60 วัน” ระบบถึงจะทำการคืนเงินให้ผู้ส่ง ซึ่งเคสนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก
วางแผนซื้อครั้งหน้า! ต้องซื้อ Riot Gift Card กับ Richman Shop
การรู้เทคนิคการทำ Valorant Refund ช่วยให้เราอุ่นใจขึ้นก็จริง แต่ทางที่ดีที่สุดคือการวางแผนก่อนซื้อ เช็กให้ชัวร์ ดูรีวิวให้แน่ใจก่อนกดจ่ายเงิน จะได้ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่ากดคืนเงินทันไหม หรือเผลอเอาไปเล่นในโหมดฝึกซ้อมหรือเปล่า
และสำหรับใครที่มั่นใจแล้วว่าสกินนี้ “ของมันต้องมี” อย่าลืมมองหาความคุ้มค่าที่สุดในการเติม Valorant กับ Richman Shop เพราะเรามีจำหน่าย Riot Gift Card ในราคาสุดพิเศษ ถูกกว่าเติมเองในเกม แถมยังสามารถเลือกผ่อนชำระได้สบาย ๆ ไม่ต้องควักเงินก้อน แอดมินดูแลดีตลอด 24 ชั่วโมง จะเติมตอนดึกแค่ไหนก็รวดเร็วทันใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่อง Refund เพราะความคุ้มค่ารอคุณอยู่ที่นี่แล้ว!
คำถามที่พบบ่อยในการขอ Valorant Refund
เอาสกินไปลองยิงในโหมดฝึกซ้อม ขอคืนเงินได้ไหม
ไม่ได้ การเข้าโหมดฝึกซ้อม (The Range) หรือ Custom Game นับว่าเป็นการใช้งานแล้ว จะเสียสิทธิ์การขอคืนเงินทันที คืนได้เฉพาะสกินที่ซื้อมาแล้วยังไม่เคยกดเข้าหน้าโหลดเกมเท่านั้น
เติมเงิน VP ไปแล้วยังไม่ได้ใช้ ขอเงินคืนได้ไหม
หากยอด VP ยังอยู่ครบและทำรายการภายใน 14 วัน สามารถส่งคำร้องหัวข้อ Billing เพื่อขอเงินคืนเข้าช่องทางชำระเงินเดิมได้ แต่ไม่สามารถกดคืนเองได้เหมือนสกิน
อัปเกรดสกินหรือซื้อแบบ Bundle คืนเงินได้หรือไม่
ไม่ได้ สกินที่ถูกอัปเกรดด้วย Radianite Points หรือซื้อมาแบบยกเซต (Bundle) จะถือว่าสละสิทธิ์การขอคืนเงินทันที ไม่สามารถทำรายการย้อนหลังได้ตามเงื่อนไขของ Riot Games